forget?


EOS 7D Mark II Review
ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ทำมาหากินดำรงชีพด้วยการถ่ายภาพ จากมือสมัครเล่นก็ค่อยๆ พัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ จนสุดท้ายตัดสินใจยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัว ลาออกจากงานประจำ

งานที่ผมถ่ายก็จะเป็นงานทั่วๆ ไปเช่น งานอีเว้นท์ งานแต่งงาน ฯลฯ รวมไปถึงงานส่วนตัวที่ชอบถ่าย เช่น งาน Street ด้วยนิสัยส่วนตัวที่ชอบถ่ายภาพให้ภาพออกมาดูมีชีวิตชีวา หยุดช่วงเวลานั้นๆ ไว้ด้วยภาพถ่าย ผมจึงให้ความสนใจกล้องที่ตอบสนองการใช้งานของเราได้แบบทันใจ โชคดีที่มีโอกาสได้ลองใช้งาน Canon EOS 7D Mark II และพอได้เอาไปใช้งานดู จากที่เคยสนใจอยู่แล้ว ก็กลายเป็นชอบมากกว่าเดิม เลยอยากเอาประสบการการณ์ของตัวเองกับการใช้ Canon EOS 7D Mark II มาเขียนแชร์การใช้งานไว้สักหน่อย เผื่อว่าวันนึงใครอาจจะ google มาเจอจะได้เป็นประโยชน์ครับ

ระบบออโตโฟกัส AF

จากที่ผมหาข้อมูลมาก่อนจะมีโอกาสได้ใช้ จุดเด่นที่ชัดที่สุดของ Canon EOS 7D Mark II คือเรื่องของความเร็วในการถ่ายภาพ โดยเฉพาะภาพ Action ต่างๆ จนถูกยกย่องให้เป็น King of APS-C DSLR Camera ที่มาพร้อมชิปประมวลผลคู่แบบ Dual DIGIC6 สำหรับรองรับการทำงานทำให้กล้องสามารถถ่ายภาพได้ต่อเนื่องแบบสบายๆ 10 เฟรม/วินาที
 
พร้อมเซนเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่ APS-C ดีไซด์ใหม่ ความละเอียดสูงถึง 20.2 ล้านพิกเซล ในช่วงความไวแสงตั้งแต่ 100 - 16,000 ซึ่งจากที่ผมลองใช้งานดู ประทับใจตรงเรื่องนี้มากๆ ครับ

ระบบ AF มีให้เลือกตั้งแต่ Case 1-6 โดยแต่ละ Case จะเหมาะกับการใช้งานในประเภทต่างๆ สามารถเลือกแบบ Cross-type ทั้งหมดได้ถึง 65 จุด ในขณะที่ (จากที่หาข้อมูลมา EOS-1D X ได้ 61 จุด) ซึ่งผมได้มีโอกาสทดสอบฟังก์ชั่นนี้ในส่วนของ Case 3 ที่สัญลักษณ์เป็นรูปคนปั่นจักรยาน ด้วยการเอาไปถ่ายภาพทริปจักรยานของ Endomondo Cycling Thailand ที่เขาปั่นจากกรุงเทพฯ ไปเขื่อนขุนด่านปราการชล


ISO
ISO 100 -16000 แต่สามารถขยายเพิ่มได้ถึง ISO 51200 ซึ่งตอนที่ผมใช้งาน แค่ระดับ ISO 3200 ก็ทำงานในตอนกลางคืนได้สบายใจแล้ว ถือว่าครอบคลุมทั้งการถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวได้ดีครับ
 
Mode M Av Tv P B C1-3 A+
ตรงนี้เป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานในการใช้งานของกล้องอยู่แล้ว หลักๆ ผมจะเน้นไปที่ M เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบางงานที่ต้องพึ่ง Av Tv บ้าง ก็ใช้งานและจัดการภาพถ่าย ณ ช่วงเวลานั้นๆ ได้ดั่งที่ใจ P ก็สะดวก หรือ C1-3 ก็ช่วยให้เราสามารถตั้งกำหนดค่าเองได้ เช่น C1 ตั้งค่า wb ไว้เป็นแดด C2 ตั้ง wb เป็นในร่ม เป็นต้น ทำให้ง่ายและไวในการใช้งานดีครับ B ก็ทำให้สนุกและสะดวกในการถ่ายภาพตอนกลางคืนได้ดีขึ้น หรือถ้าจะยื่นกล้องให้สักคนที่ถ่ายรูปไม่เป็นช่วยถ่ายให้ก็ปรับไปที่ A+กล้องจะ Auto ทุกอย่างให้เราเลย

ไฟล์ภาพ
รองรับการถ่ายภาพรูปแบบ RAW ได้มากถึง 31 ภาพ และ JPEG 1090 ภาพ ด้วยการกดชัตเตอร์ค้างไว้ บนความละเอียด 20.2 ล้านพิกเซล (ถือเป็นกล้อง DSLR รุ่นแรกจาก Canon ที่มีการใช้งานเซ็นเซอร์ CMOS) เท่าที่ผมเอามาใช้ในการ Process ไฟล์ภาพ สามารถเก็บรายละเอียดในเรื่องของแสงสีในการนำภาพไปใช้งานได้ดี

Body
เวลาใช้งานจับกระชับมือดีครับ กล้องตัวเก่าผมนี่จะติด Grip (ตอนนั้นนอกจากการใช้งาน ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพด้วย) แต่สำหรับ Canon EOS 7D Mark II ผมไม่ได้รู้สึกเลยว่าอยากจะติด วัสดุตัว Body ผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย น้ำหนักเบาแต่ดูแข็งแรง หมดห่วงเรื่องการถ่ายภาพในทุกสภาวะไม่ว่าจะ Studio หรือ Outdoor
โดยส่วนตัวผมเองเป็นคนที่ใช้ของไม่ค่อยถนอมแบบมานั่งเช็ดถูกล้องเท่าไร เจอคุณสมบัตินี้เข้าไป คราวนี้ใช้งานได้สบายใจเลยละครับ และจากข้อมูลที่ผมหามาก่อนตัดสินใจซื้อ ว่ากันว่าสามารถป้องกันละอองน้ำและละอองฝุ่นได้ดีกว่ากล้อง EOS 7D ถึง 4 เท่าเลยทีเดียว และที่ผมชอบมากๆ คือช่องเสียบการ์ดที่สามารถใช้ได้ทั้ง CF card และ SD card คือผมมี CF cardเยอะอยู่แล้วก็สามารถยังเอามาใช้งานได้เหมือนเดิม

หน้าจอ LCD
ตอนกดรีวิวดูภาพในขนาดหน้าจอที่กว้าง 3 นิ้ว (3:2) กับความละเอียดประมาณ 1,040,000 จุด นี่มันดูภาพได้อิ่มใจจริงๆ แถมการกำหนดฟังก์ชั่นต่างๆ มาไว้ที่ปุ่มทางด้านซ้ายมือ ก้านโยกสำหรับการเลือกพื้นที่ AF และการใช้วงแหวน Quick Control ก็ช่วยให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้นมากๆ

AF area select lever
ตอนกดรีวิวดูภาพในขนาดหน้าจอที่กว้าง 3 นิ้ว (3:2) กับความละเอียดประมาณ 1,040,000 จุด นี่มันดูภาพได้อิ่มใจจริงๆ แถมการกำหนดฟังก์ชั่นต่างๆ มาไว้ที่ปุ่มทางด้านซ้ายมือ ก้านโยกสำหรับการเลือกพื้นที่ AF และการใช้วงแหวน Quick Control ก็ช่วยให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้นมากๆ
อ่านมาถึงตรงนี้ก็ถึงเวลามาดูภาพที่ผมถ่ายด้วย Canon EOS 7D Mark II กันบ้างดีกว่าครับ ผมลองถ่ายดูหลายๆ แบบ หลายๆ มุมมองที่เป็นตัวผมมากที่สุด ก็ได้ภาพออกมาประมาณนี้ โดยใช้เลนส์ Canon EF-S 18-135mm f/3.5-5.6 IS STM (ภาพทุกภาพผ่านการ Process บ้าง)
ด้านหน้าโดยรวมของ Canon EOS 7D Mark II






















 

























เขียนมาซะยาว ขอสรุปเลยละกันนะครับว่า Canon EOS 7D Mark II เป็นกล้องที่คุ้มค่าในการลงทุน สำหรับการเอามาใช้เป็นอุปกรณ์ทำมาหากินดำรงชีพ ใครที่ชอบการถ่ายภาพโดยเฉพาะภาพ Action บอกได้เลยว่า Canon EOS 7D Mark II เอาอยู่จริงๆ หรือจะเป็นการถ่ายภาพกลางคืนก็หมดห่วงเรื่องปัญหา Noise และในส่วนของการถ่ายภาพแบบอื่นๆ ก็ทำงานและตอบสนองความต้องการได้อย่างที่ใจต้องการ
 
ในส่วนของความคล่องตัว การถ่ายภาพด้วยปุ่มบังคับต่างๆ ก็ทำได้ไวและสะดวก นอกจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในด้านของคุณค่าทางจิตใจ รูปลักษณ์ของตัวกล้องก็ยังช่วยเสริมความมั่นใจในการทำงานให้ตัวเรามากยิ่งขึ้นอีกด้วย ในส่วนของการใช้งาน vdo ผมยังไม่ได้ทดสอบแบบเต็มที่เท่าไรนัก แต่จากที่ถ่ายเล่นๆ แล้วดูไฟล์ก็บอกเลยว่าเอาไปใช้งานได้สบายเช่นกัน
 
ใครที่กำลังตัดสินใจจะซื้อกล้องตัวใหม่อยู่พอดี Canon EOS 7D Mark II ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ผมว่าน่าสนใจครับ