forget?


EOS 7D Mark II Review

สวัสดีครับ วันนี้เราจะพูดถึงกล้อง ตัวใหม่จาก Canon กัน กล้องซีรีย์ หายไปกว่า 5 ปี โดยที่ 5 ปีก่อน 7D เป็นกล้องรุ่นนึงที่ Canon ประสบความสำเร็จมาก เพราะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในเรื่องความเร็วได้อย่างดี แต่ในปี 2015 นี้ Canon ได้ปล่อยกล้อง DSLR ระดับ Professional รุ่น EOS 7D Mark II เรามาดูกันจะมาดูกันว่า มันจะสนุกสนานแค่ไหนกับการใช้กล้องตัวนี้

การจับถือและน้ำหนัก ค่อนข้างถนัดและไม่ปวดมือเท่าไรกับการใช้นานๆ คู่กับเลนส์ EFS 18-135 IS STM ถือว่าค่อนข้างเบาสบาย วัสดุดูดีมีการ Operate ขณะถ่ายสามารถใช้มือเดียวได้ คุมจากจอบนนิ้วชี้ นิ้วโป้งมือขวา ส่วนปุ่มที่อยู่ด้านมือซ้ายส่วนใหญ่ จะเป็นการคุมเกี่ยวกับการพรีวิวภาพ และอื่นๆ ที่ต้องใช้จอหลังในการควบคุม หลักๆ ก็คล้ายๆ EOS 5D Mark III








หน้าตาหล่อเหลา ใช้ได้เลย







มาดูเรื่องภาพถ่ายที่ได้กันดีกว่าว่าตอบสนองการทำงานได้แค่ไหน ตามสเปคที่โฆษณาจริงไหม บางคนบอกว่าสเปคก็แค่ผลในแลปออกมา ข้างนอกสิของจริง แต่ยังไงเราก็เลี่ยงที่จะไม่พูดถึงมันไม่ได้
เมื่อเราพูดถึงกล้องซีรีย์นี้ จุดเด่นที่สุดก็คือความเร็ว ทั้งในการตอบสนองในการโฟกัส FPS ที่ได้ถึง 10 FPS พอๆ กับ กล้องรุ่นเลขเดี่ยว ผมจึงได้พากล้องมาที่บางปู สถานที่เที่ยวใกล้กรุงยอดฮิต เชื่อว่าหลายๆ คนคงได้มาดูในช่วงฤดูหนาวของทุกๆ ปี









เรื่องความเร็วในการโฟกัสนั้น ผมได้ใช้งานคู่กับเลนส์ EF 70-200 mm. f/2.8 L IS USM โฟกัสได้ทันทุกภาพ ไม่ว่าจะเป็นการแพนตามซ้ายขวา หรือว่าจะเป็นช็อตยากๆ อย่างนกบินเข้ากล้อง






โอกาสได้ภาพดีๆ มีเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย







บางรูปเราแค่โฟกัสรอไว้ที่จุดนัดพบ แล้วพอเห็นว่า Subject เข้าเฟรมก็รัว จังหวะแบบนี้ไม่ใช่จังหวะที่ยากนัก อาจจะเห็นกันได้บ่อยๆ ผมก็เคยใช้กล้อง ที่ความเร็วระดับ 4 FPS ถ่ายมาก็มาก แต่ 10 FPS ทำให้เรามั่นใจทุกครั้งที่ถือทุกครั้งที่กด ว่าได้ภาพแน่นอน แต่ข้อเสียของการถ่ายแบบนี้คือ โ-รตเปลืองเมม





ไฟล์ .CR2 ปรับแต่งด้วย LR 5.5 ก็สามารถเก็บโทนสีและแม้จะทำค่อนข้างหนักก็ยังใช้งานได้ดี




ลองจับมาถ่ายมาถ่ายสัตว์ตัวเล็กๆ ร่วมกับเลนส์ EFS 18-135 IS STM ซึ่งเป็นชุดคิทของกล้องรุ่นนี้ดูบ้าง
หมุนไปที่ 135mm และโฟกัสที่ระยะใกล้สุด เซอร์ไพรส์มากทั้งการโฟกัสที่ทำได้ดีไหลลื่น และความคมที่ใช้งานได้ดี แม้จะเปิด f 20 เลยจุด squeeze spot แล้วก็ตาม
 
 
การถ่ายแบบนี้ความยากไม่ได้อยู่ที่ว่าจะโฟกัสอย่างไร วัดแสงแบบไหน แต่อยู่ที่ว่าเราจะสื่อสารกับสิ่งที่เราจะถ่ายได้แค่ไหน ทำอย่างไรเค้าถึงจะไปในจุดที่เราต้องการแล้วโพสท่าสวยๆ ทำอย่างไรให้น้ำใสพอที่จะถ่ายแล้วให้เห็นละอองฝุ่นน้อยที่สุด เพราะฉะนั้นกล้องเป็นเพียงแค่ส่วนนึงเท่านั้น อุปกรณ์ที่ดีที่สุดย่อมให้ภาพที่ดี แต่อุปกรณ์ที่ดีที่สุดคือ อุปกรณ์ที่อยู่ในมือ








การถ่ายในที่แสงน้อยร่วมกับขาตั้งกล้อง ก็ยังเก็บส่วนสว่างส่วนมืดได้ดี Auto WB ก็ให้สีที่ใกล้เคียง แม้จะมีแหล่งกำเนิดแสงและสีมากมายในภาพ







Multiple Exposure อีกหนึ่งฟังชั่นที่น่าสนใจ สามารถทำจากในกล้องได้เลย แถมยังให้ไฟล์มาเป็น CR2 อีกด้วย







สีสันที่ได้จากไฟล์ JPG Picture Style Standard ทำได้เป็นธรรมชาติรวมทั้งสกินโทนได้ตามภาพที่เห็นเลยครับสามารถปรับจูนได้ตามชอบเลยครับ







เราได้ดูภาพที่ได้จากการถ่าย Action มาแล้วแต่ผมรู้สึกว่ายังไม่โหดพอ เลยนำไปเจอกับสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าโหดมากๆ เป็นที่ซึ่งเราต้องถ่ายทั้ง Action และแสงน้อยมากๆ เพื่อรีดประสิทธิภาพของกล้องทั้งการโฟกัส คุณภาพในการถ่ายแสงน้อยๆ สนุกสุดๆ ไปเลยครับ iso ดันไปถึง 12,800 เรื่องไฟล์ อาจจะไปไม่ถึง 6D  ซึ่งเป็นกล้อง FF ซึ่งทำได้ดีมากๆ แต่รับรองว่า ถ้าเอา 6D มาถ่ายแบบนี้ก็ปาดเหงื่อเหมือนกันกว่าจะได้แต่ละจังหวะ






ต่อด้วยอะไรที่แทบจะคาดเดาไม่ได้เลย ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นคลาสสอนเต้นบัลเล่ต์ น่ารักๆ ของเด็กๆ ที่มีทั้งความน่ารักซุกซน และคาดเดาไม่ได้ ตอนแรกกะว่าจะขอถ่ายห้องที่มีแสงหน้าต่างเข้ามาด้านข้าง จะได้ไม่ได้ต้องดัน iso สูงมาก แต่ปรากฏว่าห้องนั้นไม่มีคลาส เลยได้เจอสถานการแสงน้อยอีกที ทั้งไฟห้องที่กระพริบ เมื่อเจอสปีดสูงๆ แต่กล้องมีฟังก์ชั่น Anti-flicker ทำให้ถ่ายได้อย่างสนุกสนาน การโฟกัส ในที่แสงน้อยๆ กับโหมด โฟกัสที่มีมาให้ในกล้องแบบล้นหลาม ให้เลือกใช้ ทำให้ได้ภาพมาอย่างไม่ยากเย็น
 





ขอบคุณ Dance Me Up. โรงเรียนสอนบัลเลต์เด็กๆ น่ารักๆ ที่อนุญาตให้เข้าไปถ่ายบรรยากาศการสอนด้วยนะครับ














EOS 7D Mark II มี GPS และ Compass ในตัวเหมาะสำหรับโลเคชั่นที่ถ่ายไว้ ในอนาคตเราอาจจะอยากไปซ้ำมุมเดิมหรือแนะนำบอกต่อได้อีกด้วย อย่างเช่นบางคนที่เขียนรีวิวสถานที่ต่างๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์มาก 




สรุปจุดเด่น